ผมเกลียดการวิ่ง

“What I Talk About When I Talk About Running” Haruki Murakami

เป็นชื่อหนังสือ ของนักเขียนเซียน Best Seller ที่หลาย ต่อหลายคนรู้จัก
แต่เล่มนี้ เป็นเล่มแรกที่ผมอ่านทั้งที่รู้จักชื่อ มุราคามิ มานานแล้ว
ผมได้ยินชื่อนี้มานาน ตั้งแต่หลังช่วงบูมของหนังสือแปลญี่ปุ่นในเมืองไทยไม่นาน
ผมคิดเอาเองเสมอว่า ก็คนเป็นนักเขียนที่เขียนเรื่องได้สนุก น่าติดตาม เหมือนกับ
เหล่าหนังสือแปลญี่ปุ่นที่เคยอ่านๆ มา

แต่ชื่อหนังสือเล่ม กลับทำให้ผมสนใจที่สุด เพราะผมเกลียดการวิ่ง
ผมชอบปั่นจักรยาน ผมบอกกับตัวเองและคนรอบข้างแบบนั้น

มุราคามิ เขียนถึงตัวเองในฐานะนักวิ่งระยะไกล ส่วนตัวผมว่าเขาภูมิใจในตัวเอง
ในฐานะนักวิ่ง ไม่น้อยไปกว่านักเขียน เขาเล่าถึงการวิ่งมาราธอนครั้งแรกในชีวิต
ระยะทาง 40 กม. จากกรุงเอเธน ไปเมืองมาราธอน สำหรับการวิ่ง เป็นระยะทางที่
โหดเหี้ยม คนที่เคยพยามจะวิ่งในระยะไกลจริงๆ เท่านั้น ถึงจะพอเข้าใจเรื่องนี้
เพราะการใช้กำลังร่างกายของตัวเองเคลื่อนไปในระยะทางนี้ มันมีอะไรมากว่า
การพาตัวเองจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งอย่างสิ้นเชิง

35 km. เป็นระยะที่เขาทำได้จนเป็นปกติ แต่ความโหดร้ายที่แท้จริงอยู่หลังจากนั้น
หลัก กิโลเมตรที่ 36 เขาเกลียดโลกทั้งโลก แม้กระทั้งสัตว์ข้างทาง ยังยืนนิ่งแสนสบาย
ราวกับว่าจะเย้ยหยัน คนวิ่งที่ยังไม่มีทางหยุด

ตรงนี้เองที่ผมสนใจ  ความรู้สึกประท้วง ทดท้อที่ร่างกายออกฤิทธิ์ ออกเดช
ทวงสิทธิ์ความสบายของตัวเอง เป็นสิ่งที่ผมกลัว และทำให้ผมเกลียดการวิ่ง
เพราะแท้จริงแล้ว ผมรู้ว่าผมอ่อนแอ ระยะวิ่งอุ่นเครื่องของมุราคามิ อาจเป็นระยะ
ที่ผมหอบแหก เกลียดโลกทั้งโลกแล้วก็ได้

แต่เมื่อวิ่งถึง มาราธอน หนึ่งชั่วโมงหลังจากพัก เขาก็เตรียมวางแผนการวิ่งครั้งถัดไป
วันนี้ ผมจึงอยากออกวิ่งบ้าง ผมเริ่มวิ่งราวแปดโมงครึ่ง วันอาทิตย์ แสงแดดชัดสว่าง ออกแรงเต็มที่
แต่ยังไม่ร้อนมากนัก น่าจะเป็นโจทย์แรกที่ดี ผมไม่ได้วางแผนอะไรมากนัก
ทั้งทางวิ่ง ระยะเท่าไร นานเท่าไร ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง ผมออกตัวเมื่อเหมาะใจ
เลี้ยวไปตามทาง และตามใจ แต่ก็เป็นเพียงรอบเล็กๆ อยู่ดี

เมื่อเส้นทางวิ่ง โดนวางไว้ชัดเจน หลังจากออกตัวไปซักระยะ ผมกำลังจุดวอร์มดาว
หยุดวิ่งเพื่อเดินต่อจนถึงบ้าน ผมสั่งตัวเอง จนถึงจุดนั้นห้ามเดิน
ไม่นานเลย ร่างกายเริ่มทักท้วง อยากให้ผมหยุด แวะพัก แต่ผมรู้ว่าระยะทางนั้นแท้จริงแล้วแสนสั้น
ทนเอาหน่อยยังไงก็ผ่านไปได้แน่นอน ช่วงระยะไม่กี่ร้อยเมตรสุดท้าย
ร่างกายออกเดชะ วัดกำลังทวงว่าใครเล่าเป็นนาย ใครเล่าเป็นบ่าว
เรียกร้องให้เดินอย่างสบาย เหตุผลนานับประการ ลอยมาเข้าหัว

วินาทีนั้น ผมกลั้นใจเร่งความเร็วขึ้นไปอีก ให้มันรู้กันไปใครเป็นนาย
ตอนนั้นเองผมไล่สำรวจขาตัวเอง แท้จริงแล้วกล้ามเนื้อขา ผมไม่ได้ทักท้วง
แสดงความอ่อนแรงเลย ยังมีกำลังมากมายให้ไปต่อ

แต่หัวใจกับปอดต่างหากที่กรีดร้อง และเกรี้ยวกราดไม่ยอมรับคำสั่งแต่โดยดี
และเหมือนมีใครเอาเชือกมารัดปอดกับหัวใจ ให้ทำงานอยากจำกัด ไม่ต้องการให้ขาวิ่งต่อไป

สิ่งนี้แหละที่ผมกลัว กลัวจนเกลียด ผมเกลียดหัวใจที่เรียกร้องให้ยอมแพ้
เรียกร้องให้เลิก ยอมรับความอ่อนแอของหัวใจ ยอมแพ้ ครั้งนี้ และทุกๆครั้ง
เมื่อคิดถึงการวิ่ง ความรู้สึกแสนทรมานนี้จะมาหลอกหลอน ไม่ให้ผมออกวิ่งอีก
ผมถึงเกลียดการวิ่ง

ผมเดินต่อไปจนถึงบ้าน ด้วยความทรมานออกจากอก ไม่มีความรู้สึกอื่นใดอีก
ผมนอนแผ่บนพื้นห้อง ร่างกายร้อนผ่าว เหงือยังออกไม่ยอมหยุด แล้ววันนี้ก็เริ่มวิ่งได้

*รูปภาพจาก http://www.20×200.com/blog/2010/04/getting-to-the-unstuck-revisting-strategies-for-overcoming-creative-block.html

3 thoughts on “ผมเกลียดการวิ่ง

  1. ล่าสุดมีสมมติฐานใหม่อันนึงว่า
    อารมณ์ด้านลบใดๆ ที่เกิด

    มากมาย หรืออาจเป็นส่วนใหญ่ และเป็นไปได้ที่ทั้งหมด
    ล้วนมีบ่อกำเนิดจากความกลัว

  2. อันนี้ค่อนข้างจะเข้าใจ ผมเองเคยปั่นจักรยานระยะไกลไปต่างจังหวัด
    ปั่นมาทั้งวันแล้ว ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย
    รู้สึกว่าตัวเองปั่นมาไกลมาก และยิ่งต้องตกใจเมื่อได้เห็นหลักกิโล
    ตอกย้ำว่า “มึงยังต้องไปอีก40กิโล”

    เสาหลักกิโล บอกระยะทางอีก 40 กิโลเมตร

    ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดกันยังไง บางคนอาจจะมองไกลถึงเส้นชัย
    แต่ผมกลับมองมันแค่ระยะกิโลต่อกิโล เหมือนกับ 40 เหลือแค่ 39
    นั่นคือผมใกล้เส้นชัยเข้าไปทุกทีๆ
    จนสุดท้าย 40กิโลเมตรนั้น กลายเป็นการปั่นช่วงสุดท้ายที่ผมไม่แวะพักเลย

    ถึงแม้สารรูปตอนที่ผมไปถึงในเมืองนั้น จะดูยับเยินแค่ไหน
    แต่ผมก็ภูมิใจกับมันที่เราเอาชนะช่วงเวลานั้นมาได้

    สิ่งนี้มันตอกย้ำผมว่า ไม่ว่าเราจะเจ็บปวดทรมานยังไง
    ตราบใดที่ขายังไม่หยุดปั่น เราก็จะเข้าใกล้เส้นชัยไปเรื่อยๆ

  3. Unquestionably imagine that which you stated.
    Your favourite reason seemed to be at the web the easiest factor
    to take into account of. I say to you, I definitely get
    irked while other folks think about concerns that they just don’t recognise about.
    You controlled to hit the nail upon the highest as neatly as outlined out the whole thing
    without having side effect , other folks could take
    a signal. Will probably be again to get more.
    Thank you

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s