Muelmar Magallanes(1)

1

Tornado Ketsana in the Philippenes

ผมเอื้อมมือออกไปสุดแรงเพื่อจับสายไฟเพื่อยึดตัวเองไว้ มืออีกด้านนึงยังคงจับมือของแม่และน้องผมไว้
ถึงตรงนี้ พวกเราก็ปลอดภัยแล้ว  พ่อยังอยู่ในน้ำ ผมว่ายออกไปช่วยอีกแรง เพราะผมว่ายน้ำเก่งกว่าพ่อมาก
กระแสน้ำพัดผมกับพ่อ ไปขึ้นบนหลังบ้านห่างจากจุดแรกไปมาก

ผมมองดูผืนน้ำสีน้ำตาล ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า พื้นที่ตรงนี้เคยมีบ้านเรือนอยู่กันหนาแน่น  และ
แคมป์คนงานก่อสร้างหลังหมู่บ้านริมแม่น้ำเปสิก ตอนนี้แทบจะแยกไม่ออก ว่าตรงไหนเคยเป็นแม่น้ำ
ตรงไหนเคยเป็นบ้านเรือน ยังเห็นบ้างแก็แต่หลังคาสีน้ำเงินของบ้านสองชั้น
ที่ยังพ้นน้ำอยู่บ้าง พอให้คนขึ้นไปอยู่รอการช่วยเหลือ

ตลอดเมื่อวานฝนเริ่มตก สลับกับหยุดบ้าง ข่าวจากวิทยุบอกว่า พายุอาจขึ้นที่คาทันโดเนสพรุ่งนี้
แต่สำหรับเมืองนี้ ฝนตกหนักเป็นเรื่องธรรมดา เที่ยงคืนเสียงลมพัดแรงทำให้สังกะสีเพิงพักของกระพือไหว
ส่งเสียงพึ่บพับ บาดหู ผมลุกขึ้นมา ได้ยินเสียง วู๊วววววว … วิ๊ววววววว ของลมที่พัดเบียดลัดเลาะ
เข้าตามช่องว่าง ทำให้ผมไม่สามารถนอนต่อไปได้ แรงลมทำให้รู้สึกกว่าเพิงเรากำลังเอนไปตามลม
หมายความว่าเพิงพักที่ปลูกต่อกันเกือบสิบหลัง กำลังเอนไปพร้อมกันเพราะแรงลม
แล้วก็มีเสียงน้ำกระทบสังกะสี ปรั่บ ปรั่บ ไม่ถึงนาที ก็เปลี่ยนเป็นสายน้ำเม็ดใหญ่มาชนผนัง
ดังไม่ขาดสาย ดังราวกับก้อนหินนับล้านๆ กระทบบนหลังคาไม่ขาดสาย ทั้งเสียงฝน
และลมแรงกระหน่ำ ล้อมรอบตัวผม

ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว แต่ยังไม่เห็นแสงอาทิตย์เลย ตลอดคืน ผมได้นอนต่ออีกเล็กน้อย
ฝนและลมกระหน่ำตกตลอดเวลา ราวกับว่าไม่มีวันจบสิ้น แม้จะมีช่วงหย่อนแรงลงบ้าง
แต่ก็ไม่ขาดสาย เช้านี้นายช่างบอกทาง ว. ว่า ไม่ต้องทำงาน รอดูสถานการณ์ไปก่อน
ฝนตกขนาดที่มองไปข้างหน้าได้ไม่เกินห้าเมตร จะทำงานไปได้ยังไง ผมคิด
นาฬิกา บอกว่าตอนนี้ สิบเอ็ดโมงแล้ว เสียงคลื่นวิทยุแทรกผ่านคลื่นฝน
นักข่าวบอกว่ารู้ว่า พายุอนดอย กำลังจะขึ้นฝั่ง และมีแนวโน้มว่าจะผ่านมนิลาด้วย
พื้นดินปนทรายเดิม มาตอนนี้เจิงนองไปด้วยน้ำ จะว่าไปพายุฝนครั้งนี้
ก็ทำให้ฝนตกมากว่าทุกปี

บ่ายสองโมง เสียงนักข่าวคนเดิมแทรกผ่านลมฝน บอกว่าพายุอนดอย ถึงมนิลาแล้ว
ไม่ต้องบอกก็รู้ เพราะตอนนี้ ส้วมที่สร้างแยกออกไปปลิวหายไปหมดแล้ว แม้กระทั่ง
ในเพิงพักด้านนอกบางหลังผนัง ประตู ทนแรงลมไม่ได้ ปลิวลอยหายไป จนเราเริ่ม
ย้ายมาอยู่รวมๆ กัน ตอนท้ายนักข่าวบอกว่า จะมีน้ำท่วมฉับพลัน พื้นที่อันตรายต้อง
อพยพไปที่สูงโดยด่วน  เปสิกที่ตั้งแคมป์ของเราก็รวมอยู่ด้วย

“เฮ้ย มาช่วยขนของขึ้นรถ เร็ว!!!” โฟร์แมนตะโกนเรียกแทรกสายฝน สั่งให้พวกเรา
ขนเครื่องมือและวัสดุมีราคาจาก store เก็บของ ขึ้นรถเพื่อย้ายหนีน้ำ
สิบนาทีต่อมา ท้ายกระบะเต็มไปด้วยวัสดุอุปกรณ์ โดยไม่มีที่สำหรับคนโดยสารขึ้นไปได้
แล้วรถก็รีบวิ่งออกไป พวกเราก็วิ่งไปเก็บข้าวของที่จำเป็นเพื่อหนีเช่นกัน
ผมหันไปคว้าเชือกม้วนใหญ่จากใน store พวกต้องเดินตากฝน ขึ้นไปบนเนิน
ซึ่งห่างจากที่พักไปไม่มาก

ไม่เพียงแต่พวกเราเดินด้วยความทุกลักทุเล ฝ่าลมกรรโชกแรง และพื้นถนนเจิ่งนอง
พวกชาวบ้านรอบๆ เริ่มออกมารวมตัวกันแล้ว พวกเราทุกคนหอบสมบัติส่วนตัวมาได้
เพียงไม่กี่ชิ้น บางคนยังต้องกระเตงลูกเล็กตากฝนมาด้วย ถึงเนินพักแล้ว
ผมหันไปมองเห็นแม่น้ำเปสิก ข้างหมู่บ้านที่เราทำงานเป็นสีน้ำตาลโคลนขุ่นข้นทั้งๆที่
ปกติสีเขียว  และกว้างกว่าปกติมาก แต่ก็ราบเรียบผิดจากสถานการณ์ฝนตกเช่นนี้

เสียงอึงอล ค่อยๆ ดังขึ้น ดังขึ้น พริบตาเดียว ก้อนน้ำขนาดมหึมาพัดเข้าท่วมบ้านทุกหลัง
ริมน้ำให้จมไปเหลือแต่หลังคา น้ำยังไหลอย่างรวมเร็ว พังแคมป์ก่อสร้างที่พวกเราพึ่งเดิน
ออกมาได้ยี่สิบนาที พังกลายเป็นกองซากสังกะสี และเศษไม้ ผ่านหน้าพวกผมไป
บ้านชั่วคราวของพวกเรากำลังจะลับสายตาไป ผมก็ได้ยินเสียงแบบเดิมอีกครั้ง
ร่างกายตอบสนองอย่างตื่นกลัว ผมขนลุกเกลียวทั่วร่าง ผิวกายเย็บเฉียบแต่สั่นสะท้าน
สมองผมบอกว่า ภาพที่ผมเห็นเมื่อตะกี้ จะเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่จะเป็นที่ที่พวกเรากำลังยืนอยู่ด้วย
ผมหันหลังตะโกนบอกให้ทุกคนวิ่งออกไปโบสถบนเชิงเขา โดยด่วน เราไม่มีโอกาสได้พักกันอีกแล้ว
ทุกคนตกใจ มึนงง แต่ก็เริ่มเก็บของ ครอบครัวผมเริ่มออกวิ่งกันแล้ว

Philippinesเมื่อน้ำมาถึงตัว เราก็อยู่ไม่ห่างจากจุดพ้นน้ำไม่มากแล้ว ผมประคองแม่และน้องไว้ และพาตัวเองลง
พื้นที่เหนือน้ำผมกลับไปช่วยพ่อพามาอยู่รวมกัน คนงานส่วนใหญ่พาตัวเองให้ขึ้นจากน้ำเองได้ได้
แม้จะโดนน้ำซัดออกไปบ้าง แต่ก็ยังพาเกาะยึด เสาไฟ สายไฟ หรือขึ้นบนหลังคาบ้านให้อยู่พ้นน้ำ

ผืนน้ำกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ที่เคยเป็นบ้านเรือนเรียงราย นับหลาบร้อยหลัง จมอยู่ในน้ำหมดแล้ว
ฝนเริ่มซาลงแล้ว แต่น้ำยังคงไหลเชี่ยว พัดพาสิ่งต่างๆ ให้ลอยหายไป  รวมทั้งผู้คนที่ติดอยู่บนหลังคา
และลอยมาเพราะแรงน้ำซัด

Typhoon Ketsana

ตอนนี้ผมและครอบครัวปลอดภัยแล้ว แต่ผู้คนที่ยังอยู่กลางน้ำเชี่ยวเหล่านั้น ถึงแม้อยู่บนหลังคา
ก็เห็นได้ชัดว่า หลายหลังคงทนกับกระน้ำครั้งนี้ได้อีกไม่นาน ผมเอาเชือกที่ล้อมตัวอยู่ผูกกับเสาไฟฟ้า
อีกด้านนึงผูกกับเอวไว้ ….

(ต่อตอน 2 ครับ)

แรงบันดาลใจจาก Hero คนธรรมดาที่เราให้พื้นที่ข่าวสองบรรทัด
แต่มีไทยรัฐลงชื่อต่อผมจึงหาข้อมูลเพิ่มมาได้ จากที่นี่ครับ

http://www.thairath.co.th/content/oversea/36103

ส่วนเนื้อหาเพิ่มเติมที่หาได้ก็ขอขอบคุณ the age

http://www.theage.com.au/world/philippine-man-loses-own-life-after-saving-dozens-from-floods-20090928-g8o4.html

อันนี้เป็นกลอนภาษาอังกฤษ ที่แต่งขึ้นมาครับ
ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่ก็เพราะทีเดียว

http://anthology.marocharim.com/?p=190

ข้อมูลอ้างอิงก็ต้องขอบคุณ wikipedia

http://en.wikipedia.org/wiki/Typhoon_Ketsana_(2009)

รูปมาจากที่สำนักต่างๆ ครับ ขอบคุณครับ

ยังมีต่อนะครับ ยังไงรออ่านแล้วกัน

อนดอย (Ondoy) เป็นชื่อท้องถิ่นครับ ชื่อที่เรารู้จักเรียกว่า กิสนา

4 thoughts on “Muelmar Magallanes(1)

  1. เล่าได้เห็นภาพ น่าติดตามต่อครับ

    อ่านบทสรรเสริญจากแหล่งที่อ้างอิงแล้วชอบมากมาย
    โดยเฉพาะท่อนที่บอกว่า “ที่ๆฮีโร่ ที่ถูกลืมอย่างรวดเร็ว”

    รอติดตามวีรกรรมของ Muelmar อยู่ครับ

  2. โลกต้องการคนอย่าง muelmar magallane. เยอะๆ คนที่เสียสละ คิดถึงคนอื่นนอกจากตนเอง เขาคือวีรบุรุษจริงๆ

  3. อารมเสียนะ พี่ทัศศศศ…
    ยังกะซีรี่เลย มาจบเอาตอนกำลังอิน …
    ไม่ได้เลยย ด่วนด่วน กำลังเข้มข้นของ season2ด่วนๆๆเลย ^^

    เป็นเรื่องสั้นที่ให้อารมร่วมในการอ่าน เจ๋งดี ชอบๆๆๆ8)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s