Posts Tagged ‘ นักเขียน ’

คำตอบจาก สมตี๋ แด่ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ พญาอินทรีผู้จากไป

ถึง สมทัศน์ และ สมไซ กัลยาณเกลอ … … นาฑีที่ 14 ของเวลาหนึ่งทุ่มค่ำวันนั้น “สมทัศน์” ทักทายผ่านมาทาง MSN เรากำลังเสวนาถึงความบูดเบี้ยวของชีวิตวัยหนุ่ม โรคไบโพล่าร์ และวันเสาร์ที่ไม่โสภานัก … นาฑีที่ 14 นั้นเอง เสียงของคุณกนกและคุณอุมาพรแห่งช่องข่าวเนชั่น ได้แจ้งให้ได้รู้ข่าวการเสียชีวิตของ ปู่’รงค์ วงษ์สวรรค์ พญาอินทรีแห่งวงการวรรณกรรมไทย … มิพลันที่ใจจะหายไปไกลจากตัวนัก ผมพิมพ์บอกสมทัศน์ถึงข่าวดังกล่าว … โฮลี่เชียสสสสสสสส … … ยอมรับโดยดุษณีเลยว่าผมเองหาใช่แฟนานุแควนของปู่แกสักเท่าไหร่ หากช่วงชีวิตของปู่แกเขียนหนังสือเพียงหนึ่งเล่ม ผมคงเคยอ่านเพียงอักษรตัวแรกบนสันปกของหนังสือเล่มนั้น … ผลงานเขียนตลอดช่วงชีวิตที่ปู่อุทิศให้กับงานที่แกรัก (ซึ่งอันที่จริงไม่ควรเรียกว่าแก ‘ทำงานเป็นนักเขียน’ แต่ควรกล่าวว่าปู่เค้า ‘ใช้ชีวิตเพื่อเขียน’ จะเหมาะสมกว่า) ได้ถ่ายทอดความคิด ประสบการณ์ และรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสผ่านตัวหนังสือมากมายเหลือจะนับ … กว่าผมจะได้อ่านงานของปู่ก็เป็นช่วงชีวิตในวัยยี่สิบสามเข้าไปแล้ว ผ่านหนังสือในชุด OPENHOUSE (ซึ่งเป็นโปรเจครวมนักเขียนแบบยำใหญ่ในพ็อกเก็ตบุ๊ครายสะดวกของคุณปราบดา หยุ่น และสำนักพิมพ์ OPEN ของคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา [ READ MORE ]

แด่ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ พญาอินทรีผู้จากไป

ถึงสมตี๋ สมไซ เนื่องในข่าวร้ายวันนี้ คือ ปู่ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลาเย็นนี้เอง จึงขอแสดงความอาลัย และบูชา ด้วยจดหมายถึงทั้งสองท่านฉบับนี้ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ผมเป็นคนหนึ่งที่พยามจะเป็นคนอ่านหนังสือให้หลากหลาย และมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เคยอ่านผลงานของ ‘รงค์ แม้สักเล่มเดียว ทั้งที่รู้จักหน้าคาดตา รวมถึงมีกิตติศัพท์มากมายที่เคยได้ยิน ได้ฟัง แต่ใจกับกาย ก็ยังไม่ยินยอมพร้อมใจอ่านซักที ทั้ง สนิมสร้อย หลงกลิ่นกัญชา เงาของเวลา ในเรื่องคุณค่า ผม ไม่บังอาจพูดถึง เพราะยังไม่เคยอ่าน ขอยกให้ท่านสองสม ไปแล้วกัน แต่การจากไปครั้งนี้ มันทำให้ผมย้อนระลึกถึง ความปรารถนาของผมที่มีต่อนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ ในใจผมท่านอื่นๆ ว่าซักวันนึงผมจะได้ไปเยี่ยม ไปพูดคุย เพื่อทำความเคารพว่า ผมเป็นผู้ได้รับอานิสงส์ จากงานเขียนของท่านเพียงใด ที่ผมคิด ที่ผมเป็นในวันนี้ ท่านเหล่านั้นล้วนช่วยผลักดันผมให้เดินมา จะมีซักครั้งไหมที่พวกคุณคิดเหมือนผมในเรื่องนี้ แต่ก็อีกนั่นแหละ ขณะที่ท่านเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ ผมกลับไม่พาตัวเองไปทำสิ่งที่ปรารถนา ทั้งบางครั้งบางคราวยังหลงลืม ลดความสำคัญลงไป ไม่รู้ว่า กว่าจะสำนึกตัว ต้องให้ไม่สามารถหาโอกาสนั้นได้อีกแล้วหรือไง เหมือนกับที่ว่า [ READ MORE ]

เด็กแห่งศตวรรตที่ 20 สู่ PLUTO อนาคตสู่อดีต

ผมเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นแฟนการ์ตูนของ URASAWA Naoki URASAWA Naoki แม้นบางครั้งแอบรู้สึกเบื่อความซับซ้อนของการเชื่อมโยงเรื่องราว แต่ก็ติดตามด้วยความทึ่งและตื่นเต้นไปจนจบ ผลงานล่าสุดที่ผมรู้จัก PLUTO มันคือการ REMAKE ที่ตัดเอาส่วนหนึ่งของผลงานการ์ตูนชิ้นเอก อย่าง ATOM ของ TEZUKA Osamu ผู้ได้ชื่อเป็น “เทพเจ้า” และในเรื่องนี้จะมีการตีพิมพ์ บทความ ที่เกี่ยวกับ PLUTO ไว้ ซึ่งผมถอดความส่วนหนึ่งจากเล่ม 6 Atom ของ URASAWA Naoki Atom ของ TEZUKA Osamu “เมื่อเริ่มจำความได้ พวกเราเติบโตมาพร้อมกับสิ่งเร้าใจมากมาย อาทิ อะตอมกับคนเหล็ก ก๊อดซิล่ากับอุลตร้าแมน รถไฟด่วนชินคันเซ็นกับยานอพอลโล่ 11 การเคลื่อนไหวของนักเรียนนักศึกษา กับวู้ดสต๊อกส์ กล่าวได้ว่า นี่เป็นยุคสมัยที่พวกเราเชื่อมั่นใน เรื่องของวิทยาศาสตร์ ฮีโร่ การปฏิรูป และเพลงร็คอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ความฝันอันแสนสุขก็โบกมือลาไปพร้อมกับงานเอ๊กโปในโอซาก้าปี 1970 ต้องปิดฉากลง สิ่งที่รอต้อนรับพวกเราเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นก็คือ ความเป็นจริงที่ว่าวิทยาศาสตร์สร้างมลพิษ ฮีโร่คือผู้มีชื่อเสียง [ READ MORE ]

อดีตที่หายไป

วันนั้นจู่ๆ ฝนก็สาดเม็ดลงมาอย่างหนัก ผมอยู่บ้านคนเดียวและเหม่อมองสายฝนจากหน้าต่างๆห้องนอน คล้ายกับสภาพดินฟ้าอากาศ อยู่ดีๆ ผมก็รู้สึกพังทลายทางอารมณ์ และร้องไห้ออกมาอย่างไม่สนอะไรทั้งสิ้น พอฝนหายน้ำตาแห้ง ผมค่อยถามตัวเองว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้ผู้ชายอายุใกล้หกสิบอย่างผมพลันหลั่งน้ำตาราวเด็กน้อย แน่นอนมันคงต้องเกี่ยวข้องกับความหลังอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย กระนั้นก็ตาม ความหลังที่ผ่านพ้นใช่ว่าจะเรียกน้ำตาได้เสมอไป มันขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของเรื่องราวมองอดีตอย่างไรด้วย คนสิบขวบอาจไม่สนใจจำว่าอะไรเกิดขึ้นกับเขาตอนอายุห้าขวบ ส่วนคนอายุยี่สิบอาจหวนนึกถึงวัยสิบขวบมากกว่าคนอายุสิบห้า คนอายุสี่สิบมองวัยหนุ่มของตนเองแบบหนึ่ง แต่เรื่องราวเดิมๆ ก็อาจถูกมองต่างไปในยี่สิบปปีถัดไป ปีนี้อายุผมย่างห้าสิบเจ็ด ร้องไห้ไม่เป็นมาพักใหญ่ จนแทบจะสรุปว่าตัวเองหากไม่ปลงตกกับชีวิต ก็คงดื้อด้านไม่รู้สึกรู้สากับทุกข์โศกทั้งปวง ทว่า เป็นเช่นใดไม่แจ้ง วันนั้น… วันที่ฝนตกหนักวันแรกๆ ของฤดู ผมพลันตกเป็นเชลยของอารมณ์เศร้าอย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว มันเริ่มต้นด้วยการนึกถึงผู้คนที่จากไป… แม่ พ่อ และเพื่อนสนิทจำนวนหนึ่งซึ่งอันที่จริงการย้ายภพของญาติมิตรเหล่านี้ล้วนไม่ใช่พึ่งเกิดขึ้น ความรู้สึกสูญเสียอาลัยอาวรณ์ก็เหือดจากลงไปมากแล้ว แม่ตายตอนผมอายุยี่สิบปลายๆ จำได้ว่าผมฝันถึงแม่แทบทุดคืนเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี บ่อยครั้งตื่นกลางดึกด้วยเหตุนี้ บางทีพบตั้วเองน้ำตาริน แต่นั่นเป็นเหตุการณ์เมื่อนานมากแล้ว พ่อจากไปตอนผมอายุใกล้สี่สิบ ถึงจะไม่รวดร้าวเท่ากับตอนสูญเสียแม่ แต่ผมก็เสียน้ำตาและไม่พูดอะไรกับใครไปหลายวัน ปัจจุบันนึกถึงพ่อกลับไม่มีอารมณ์แบบนั้น เพื่อนรักไม่ต่ำกว่าห้าคนจากไปตั้งแต่ผมอายุไม่ถึงห้าสิบ การสูญเสียพวกเขาไม่เพียงทำให้โลกของผมหดเล็กลง หากยังต้องเลิกคิดฝันในบางเรื่องราว เช่นเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง ก่อนพลัดพรากกันไม่นานยังบอกว่า เตรียมกระท่อมไว้ให้ผมนั่งเขียนหนังสือในสวนทางภาคเหนือ อีกคนเป็นสหายร่วมศึกที่พึ่งประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ ก่อนจากไปเคยสัญญาจะแบ่งกันกินแบ่งกันใช้กับผมจนแก่เฒ่า ยังไม่ต้องเ่อ่ยถึงสหายรักอีกคนหนึ่งเสียชีวิตไม่กี่ชั่วโมง หลังประกาศก้องต่อหน้าธารกำนัลว่าใครจะทำอะไรผม คงต้องข้ามศพเขาไปก่อน… แต่พูดก็พูดเถอะ [ READ MORE ]

Chaos Theory

Chaos Theory หมายถึง ทฤษฎีแห่งความสับสนวุ่นวาย ในอีกชื่อหนึ่งว่า Butterfly Effect หลักสำคัญกล่าวไว้ว่า ” ในห้วงยามที่สับสนวุ่นวาย แม้กระทั่งผีเสื้อกระพือปีก ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดพายุไต้ฝุ่นได้” เห็นด้วยกับผมไหมว่า ห้วงยามนี้สำหรับการเมืองไทยนี่แหละ คือห้วงยามที่สับสนวุ่นวาย ส่วนพวกเราก็เป็นผีเสื้อที่สามารถทำให้เกิดไต้ฝุ่นแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ เหมือนกัน วาบความคิดของผมรู้สึกว่า  ประเทศเราเดินมาถึงทางสองแพร่ง จนถึงตอนนี้อาจเป็นสามแพร่งแล้ว ของประชาธิปไตยกล่าวคือ  เราเลือกว่าจะ เราเลือกว่าจะยอมลด เสรีภาพทางการเมือง(ผมหมายถึง กูก็เป็นเจ้าของประเทศเหมือนกันเฟ้ย กูก็มีสิทธิกำหนดชะตาตัวเองเฟ้ย)  แล้วฝากอนาคตให้กับคุณทักษิณ เพราะเหตุว่า ถ้าจะเลือกให้คุณทักษิณฟอกโดยระบบที่เขาควบคุมได้ ก็เท่ากับปล่อยให้กลับมาอย่างไม่ต้องฟังใครอีก ฝ่ายอื่นๆ ก็จะเริ่มอ่อนแอลง แล้วผลนั้นก็เป็นได้สองทาง 1. ลีกวนยู รัฐบุรุษ แห่งสิงคโปร์  ความสามารถเป็นที่ประจักอยู่แล้วสำหรับสิงคโปร์ ทำให้ยังครองอำนาจมาอีก 2 รุ่น ยกเป็นพ่อของแผ่นดินไปแล้ว ( http://en.wikipedia.org/wiki/Lee_Kuan_Yew ) 2. Ferdinand E. Marcos แห่ง ฟิลิปปินส์ ที่ต้องหนีออกประตูหลังทำเนียบหอบลูกเมียลงเรือหนีออกนอกประเทศไป( http://en.wikipedia.org/wiki/Ferdinand_E._Marcos ) ซึ่งทั้งสองทางไม่ได้อยู่ในมือเรา [ READ MORE ]

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.