Posts Tagged ‘ ความสุข ’
คนเราเกิดมามีชีวิตกี่เสี้ยวส่วนเป็นของตัวเอง หลายอย่างทำไปเพื่อตอบสนอง ความคาดหวังของผู้อื่น หรือไม่ก็เพื่อประชดต้านข้อเรียกร้องที่สนองไม่ได้ เท่านั้นยังไม่พอ มีบ่อยครั้งที่คนชอบคนชังที่เคยคาดหวังหรือหยามหมิ่น ล้วนแยกจากไปหมดแล้ว แต่เรายังคงทำทุดอย่างตามแรงกดดันที่ตกค้าง โดยมิกล้าเปลี่ยนแปลง[ READ MORE ]
เพราะว่า แต่งรูปเป็น ถ่ายรูปเป็น แล้วไงล่ะ หนังได้รับรางวัล แล้วไงเหรอ อยากดังไปทำไมวะ ต่อคำถามเหล่านี้ ผมรู้นะว่ามันไม่ใช่ไม่มีคำตอบ เพียงแต่มันคับแคบ ตีบตัน วนอยู่กับการรับใช้อัตตาแบบดิบๆ [ READ MORE ]
Many Universe “ผมเป็นพวกมีความสุขกับการได้เข้าใจตัวเอง” เป็นข้อความขึ้นต้นในหัวข้อ “วิถีแห่งเจ้าสำนัก” ของพี่เม่น รุ่นพี่ที่ผมนับถือ แน่นอน ประโยคนี้จับใจเพราะผมก็คิดว่าตัวเองเป็นคนเช่นนี้คือ “มีความสุขที่ได้รู้สึกว่าเข้าใจตัวเองมากขึ้น” ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในช่วงแห่งการแสวงหา มันเริ่มต้นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว พร้อมๆกับชีวิตประจำวันที่แตกต่างไปจากเดิม เป้าหมายที่ไม่เหมือนเดิม คือก่อนเข้ามหาลัยอาจมีเป้าหมายที่ชัดเจนง่ายๆว่า เข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็เริ่มสงสัยว่า “แล้วไงต่อ” นั่นสิแล้วไงต่อ เมื่อปริญญาเริ่มไม่ใช่จุดหมาย ผมเริ่มอ่านหนังสือมั่วซั่ว แสปะสปะ ตามแต่ที่ความสนใจจะพาไป เริ่มพูดคุยกับเพื่อนเพื่อหาประสบการณ์ที่ต่างออกไป เข้าออกสถานปฏิบัติธรรมมาก็หลายที่ เที่ยวเดินทางอยู่บ้าง และชอบมากที่จะได้คุยกับคนที่มีชีวิต มุมมองแตกต่างจากเรามากๆ บางครั้งซื้อกล้วยแขก ก็ถามคนขายว่่า กล้วยพันธุ์อะไร ได้กำไรไหม หลายทีเขาก็เล่าชีวิตเขาให้เราฟัง และแล้ววันนึงผมก็เข้าใจว่า มันรู้สึกดีที่ได้เข้าใจคนอื่น สะท้อนกลับมาสู่เข้าใจตัวเอง เราเข้าใจตัวเองได้ผ่านความเข้าใจคนอื่น เราเข้าใจตัวเองได้ผ่านความเข้าใจโลก เพราะเมื่อเราเริ่มตั้งใจที่จะเข้าใจ เราจะเห็นตัวเราในอีกคน เห็นตัวเราในเหตุการณ์ เห็นสิ่งที่เราคิด ที่รู้สึกกับเรื่องราวต่างๆ มันอธิบายตัวเรา บอกว่าอะไรจริง อะไรเท็จได้ แล้วมันก็กลายมาเป็นความสุข ความสุขที่จะจัดการกับความคาดหวังอันหลอกลวงของตัวเอง ความสุขจากการรู้เท่าทันตัวเอง ความสุขจากอิสรภาพที่เกิดจากการหลุดพันธนาการที่เรียกว่า อุปาทาน เด็กๆผมเคยร้องไห้เมื่อโดนแย่งขนม เคยดีใจที่ได้รถบังคับ โตมาเคยเสียใจที่โดนปฏิเสธรัก พ่ายแพ้เมื่อล้มเหลว [ READ MORE ]
เราไม่อาจเข้าใจคนอีกคนหนึ่งได้ทั้งหมดทั้งสิ้นอย่างแน่นอน นั่นสิ แต่บางครั้งใช่หรือไม่ ที่เราสับสน เรามึนงง เราอับจนหนทาง หลายครั้งใช่หรือไม่เราก็รู้สึกขาดความเข้าใจ ว่าตัวเรานั้นทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปได้ยังไง หลายหนเราขาดศรัทธาในตัวเอง อ่อนแอ ท้อแท้ใจ และในหลายครั้งหลายหนนั้น ก็หาใช่ตัวเราเองที่พาออกจากหลุมอารมณ์เหล่านั้น บ้างเป็นหนังสือ บ้างเป็นถ้อยคำ บ้างเป็นประสบการณ์คนไกล บ้างอยู่ในท้องฟ้าและสายน้ำ บ้างมีคนใกล้มาชี้ทางออก ถ้าเช่นนั้น เรายังบอกได้ล่ะหรือ ว่าเราเข้าใจตัวเราเองดีที่สุด ตัวเราอาจเหมือนใกล้ชิดกับตัวเราที่สุด แต่เรากลับไม่ใช่คนที่มองตัวเองมากและบ่อยครั้งที่สุด เรามิอาจปฎิเสธตัวตนคนอื่นในตัวเรา ทั้งมิอาจปฏิเสธตัวเราในตัวคนอื่น ผมเคยสรุปกับตัวเองไว้นานแล้วว่า “เราไม่อาจเข้าใจตัวเอง และความจริงแท้ได้ หากเราไม่รู้จักเผชิญหน้าและแยกแยะเรื่องโกหกออกไป และเรื่องโกหกที่แยกแยะได้ยากยิ่งที่สุดคือการโกหกหลอกลวงตัวเอง ที่แฝงในคราบความจริง” *หมายเหตุ ชื่อเรื่อง น่าจะเอามาจากหนังสือซักเล่มที่เคยอ่าน ขอขอบคุณไว้ด้วยครับ[ READ MORE ]
โอ๋บอกว่า “เกินไปหน่อยไหม ที่เอาเรื่องที่ชอบ แล้วก็พิมพ์ไปตรงๆ” ใช่ครับ สองเรื่องก่อนหน้าผมไม่ได้ หามาจากที่ไหน ใช่พิมพ์เอาตรงๆ พยามวรรคตอนให้สื้อความได้ตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่นั่นไม่ใช่เพียงเพราะประทับใจอย่างยิ่ง ต่อสองเรื่อง ที่จากคนละที่ คนละเล่ม คนละคนแต่ง แต่เหมือนกันตรงที่ ล้วนสร้างประสบการณ์ อันทรงพลังต่อผม อย่างไร ??? ประสบการณ์นั้น เกินกำลังสติปัญญาผมจะถ่ายทอดออกมา ส่วนหนึ่งด้วยเชื่อว่า ถ่ายทอดอย่างไร ก็ไม่อาจเข้าใจจริงๆได้ บอกได้เพียง มันเหมือนสว่างวูบขึ้นมา ร่างกายรับรู้ทุกความรู้สึกตั้งแต่หัวจรดเท้า ขนลุกตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นด้วยความสุข ปิติ บางประการ แต่เหนืออื่นใด เมื่อคุณพบสิ่งนี้ จะเกิดความเข้าใจบางอย่าง บางอย่างที่จะเปลี่ยนคุณไปตลอดกาล บางครั้งก็รู้สึกว่า ตัวเราเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงแล้ว บางครั้งรู้สึกว่า ก้าวพ้นกรอบธรรมเนียมอันมืดมนให้สว่างขึ้น บางครั้งก้รู้สึกว่า เข้าใจโลกและชีวิตมากขึ้นอย่างแท้จริง บ้างรับรู้ถึงความเป็นหนึ่งรวมกับสภาพแวดล้อม ผมหาคำเหมาะๆ ที่ใช้แทนว่า “ประสบการณ์ทางธรรม” เลยใช้ภาษา Eng ว่า Truth Experience ซึ่งก็ต้องขอบคุณ อ.เสกสรรค์ อีกเช่นเคย [ READ MORE ]
Get every new post delivered to your Inbox.