Archive for the ‘ อ่านมาเล่าไป ’ Category

ความเพียร

  พึ่งรู้จัก ยายยิ้ม จากรายการคน ค้น คน ยายยิ้ม อายุ 83 ปี แยกตัวไปอยู่บ้านบนเขาคนเดียว ยายยิ้มใช้เวลาทุกวันเพื่อที่จะสร้างฝายทดน้ำเล็กในป่าทำเช่นนั้น ทุกวันอยู่เพียงคนเดียว . เจตนาในการทำฝายของยายยิ้ม ช่างเรียบง่ายและชัดเจน “ยายทำฝายให้นก ให้แมลง ให้สัตว์ป่า มันมีน้ำใช้ มีน้ำกิน” ครั้นเมื่อทำเสร็จ ยายยิ้มก็จะทำพิธีขอขมาชีวิต มดแมลงที่อาจจะสูญเสียไประหว่างสร้างฝายนั้น 1 ยายยิ้มเริ่มต้นทำฝายมาสิบกว่าปีก่อน เพราะฟังจากในหลวงว่าการทำฝายทำให้ป่าชุ่มชื้น หลังจากนั้นแกก็ทำมาตลอด โดยตัวคนเดียว ทำมาแล้ว 11 ฝาย และทำด้วยจิตใจเบิกบาน . 2 ผมรู้สึกว่า ความเพียรยิ่งของผู้คน สร้างแรงบันดาลใจเสมอ พอฟังเรื่องราวของคนที่ต่อสู้ ฝ่าฟันอุปสรรคนานา เราก็พลอยได้รับแรงนั้นไปด้วย . 3 แต่เมื่อมาได้ยินเจตนาของความเพียร ไม่มีอัตตาปะปนเลยแม้แต่น้อย นั่งจินตนาการถึงแต่ละวัน ที่ลงมือ ลงแรง จะมีกำลังใจประเภทไหนที่ทำให้ยายเฒ่าชรา เดินออกไปใช้ชีวิตกลางป่า ลงแรงสร้างฝายขึ้นมา มันต้องไม่ใช่กำลังใจของการอยากเปลี่ยนโลก ต้องไม่ใช่การอยากให้คนเห็นในความดีที่ทำ แต่เป็นเพราะเรื่องเรียบง่ายอย่าง สร้างฝายเป็นสิ่งที่ดี [ READ MORE ]

ผมเกลียดการวิ่ง

“What I Talk About When I Talk About Running” Haruki Murakami เป็นชื่อหนังสือ ของนักเขียนเซียน Best Seller ที่หลาย ต่อหลายคนรู้จัก แต่เล่มนี้ เป็นเล่มแรกที่ผมอ่านทั้งที่รู้จักชื่อ มุราคามิ มานานแล้ว ผมได้ยินชื่อนี้มานาน ตั้งแต่หลังช่วงบูมของหนังสือแปลญี่ปุ่นในเมืองไทยไม่นาน ผมคิดเอาเองเสมอว่า ก็คนเป็นนักเขียนที่เขียนเรื่องได้สนุก น่าติดตาม เหมือนกับ เหล่าหนังสือแปลญี่ปุ่นที่เคยอ่านๆ มา แต่ชื่อหนังสือเล่ม กลับทำให้ผมสนใจที่สุด เพราะผมเกลียดการวิ่ง ผมชอบปั่นจักรยาน ผมบอกกับตัวเองและคนรอบข้างแบบนั้น มุราคามิ เขียนถึงตัวเองในฐานะนักวิ่งระยะไกล ส่วนตัวผมว่าเขาภูมิใจในตัวเอง ในฐานะนักวิ่ง ไม่น้อยไปกว่านักเขียน เขาเล่าถึงการวิ่งมาราธอนครั้งแรกในชีวิต ระยะทาง 40 กม. จากกรุงเอเธน ไปเมืองมาราธอน สำหรับการวิ่ง เป็นระยะทางที่ โหดเหี้ยม คนที่เคยพยามจะวิ่งในระยะไกลจริงๆ เท่านั้น ถึงจะพอเข้าใจเรื่องนี้ เพราะการใช้กำลังร่างกายของตัวเองเคลื่อนไปในระยะทางนี้ มันมีอะไรมากว่า การพาตัวเองจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งอย่างสิ้นเชิง 35 [ READ MORE ]

บันทึกหลินปิง:Fwd mail สุดยอดบันเทิง

….p o o k i p i k i ….  หนูชื่อหลินปิง เป็นลูกแม่หลินฮุ่ย คุณๆอาจจะสงสัยว่า วันๆนึง หนูอยู่ที่นี่ต้องทำอะไรบ้าง นอกจาก…นอน… นอน… แล้วก็นอน… แหม…หนูก็ไม่ได้ขี้เกียจขนาดน้าน…ไม่เชื่อเดี๋ยวปั๊ดหวดด้วยคมแฝกซะนี่!! แม่ฮุ่ยสอนหนูว่า หนูเป็นผู้หญิง ต้องรู้จักทำงานบ้านงานเรือนไว้บ้าง เช่น ถูบ้าน… ถูๆๆๆๆให้สะอาดทุกซอกทุกมุม หนูช้ำมาก…กระซิกๆ แล้วก็ซักผ้า หนูซักเก่งนะ นอกจากนี้ แม่ฮุ่ยยังบอกอีกว่า แม่ฮุ่ยและลูกปิงถึงเป็นชาวจีน แต่ก็อยู่เมืองไทย หนูต้องช่วยหารายได้ให้เขา เพราะเขาเลี้ยงดูเราอย่างดี เช่นการผลิตตะเกียบส่งไปขายที่จีน จีนได้ตะเกียบ ไทยได้เงิน win-win แต่ไม้ที่แม่ฮุ่ยเอาไปทำตะเกียบนั่นมันคมแฝกหนู~~~~ แต่หนูก็ยังเป็นเป็นเด็กนะ ให้ทำงานทั้งวัน หนูก็เบื่อๆแหละ มันต้องมีเล่นบ้าง แต่เล่นในบ้านนานๆ มันก็เบื่อๆนะ หนูอยากออกไปดูโลกภายนอกบ้าง หนูก็เลยพยายาม…แหกคุก!! ครั้งแรกๆหนูทำไม่สำเร็จหรอก โดนพี่เลี้ยงจับได้ ก็เลยโดนส่งกลับเข้ามา แต่หนูก็ไม่ยอมนะ แม่ฮุยบางทีก็ใจดี ร่วมมือกับหนู ช่วยดูต้นทางให้ ตอนแรกหนูก็ดีใจนะ ข้างนอกนี่ของเล่นเยอะกว่าข้างในอีก [ READ MORE ]

Conversation : Love story

ปกติหนังรักไม่มีภาคต่อนะ(อย่างน้อยก็เท่าที่ผมจะนึกออก) แต่มีอยู่เรื่องนึงที่มีภาคต่อ Before Sunrise (1995)  และ Before Sunset (2004) หนังรักภาคต่อที่ใช้ นักแสดง คนเดิม ที่สร้างห่างกัน 9 ปี Ethan Hawkes ที่รับบท Jesse กับ Julie Delphy ที่เล่นเป็น Celine และผมก็เคยดูทั้งสองเรื่อง แต่ดูไม่ตลอดลอดฝั่งซักเรื่อง แต่ก็ไม่ลืมทั้งสองเรื่อง จะเรียกว่า spoil ไหมถ้าจะบอกว่า เป็นเพราะ สองเรื่องนี้มีการนำเสนอความรักที่ต่างแปลก คือตลอดเรื่องเกิดในช่วงหนึ่งวัน และทั่งคู่ก็เดินพูดคุยกันไปเรื่อยๆ เพียงคุยกันไปเรื่อยๆ พวกเขาก็รักกัน สัญญาว่าหกเดือนให้หลังจะมาเจอกัน แต่ความจริงเขามาเจอกัน 9 ปีให้หลัง ที่ต่างคนต่างชีวิตเปลี่ยนไปแล้ว แต่ก็ยังมาแลกเปลี่ยนชีวิตกันได้อีกครั้ง ทำไม? แล้วคุณเชื่อไหม? ผมคิดถึงหนังสองเรื่องนี้หลังจากที่ผมอ่าน หลังอาน ของ บินหลา ในตอนที่ไปพบกับเพื่อนสมัยอนุบาลที่ไม่เจอกันเลย 20 ปี แต่เป็น 20 ปีที่ยังจำชื่อตัว และ ชื่อพ่อ กันได้ แล้วเขาก็ไปพบกันที่ลาวด้วยความบังเอิญ [ READ MORE ]

100th for Honey and Clover

ฮากุมิ  หญิงสาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และความตั้งใจสร้างงานศิลป “ภาพของยัยนั่นควรแขวนในพิพิธพัณฑ์ ไม่ว่าจะผ่านไป 100 ปี หรือ 300 ปี ผลงานก็ยังมีชีวิตและเป็นที่จดจำไปตลอดกาล” โมริตะ “อาจเป็นอย่างนั้น แต่.. เขาจะกลายเป็นคนที่ไม่เหลืออะไรเลย ผลงานของฮากุ จะมีอยู่กี่ชิ้นที่หลงเหลือชื่อไว้ จะมีกี่ชิ้นที่ทำใหคนมีความสุข? แต่ก็ไม่อาจหยุดมือได้ และหัวใจเขาอาจไม่ได้หยุดพักไปตลอดชีวิต แล้วแบบนั้นเรียกว่าความสุขเหรอ” ฮานาโมโตะ เวลามีเป้าหมายที่อยากให้ไปถึง พลังการวาดภาพโดยไม่เห็นแก่ตัวก็จะสูญไป…. “วาดสิ่งที่ชอบ” “วาดอย่างเพลิดเพลิน” เป็นคำสวยหรู …แต่ มันช่างยากเย็นเหลือเกิน… ฮากุ . ทาเคโมโตะ ก็เป็นแค่วัยรุ่นชายสับสนธรรมดาๆ ที่ดันไปหลงรักฮากุ สมัยผมยังเด็ก ขณะขี่จักรยานสีฟ้าคู่ใจ ผมคิดว่า “ถ้าขี่ไปโดยไม่หันหลังกลับ จะขี่ไปได้ไกลแค่ไหนกันนะ” ตอนนี้บางครั้งผมก็คิด ว่าสิ่งที่ผมต้องการพิสูจน์ มันคืออะไรกันแน่ …ไม่ไหว ทำไม สมองถึงว่างเปล่า ได้ยินเสียงประหลาดในหัวตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เสียงนี้ คืออะไร อ๊ะ จริงด้วย มันคือ เสียงของความว่างเปล่า แล้วเขาก็ขี่จักรยานออกไปซื้อของโดยไม่หันหลังกลับ พอลองตะโกนออกมา ในที่สุดก็เข้าใจ ที่ตัวเองมองไม่เห็นอนาคต [ READ MORE ]

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.