พลังแห่งการนิยาม

สิงหาคม 17, 2008 at 8:21 pm (คิดไปคิดมา) (, )

อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ เป็นบุคคลในดวงใจผมเลย
ผมอ่านของท่านมาหลายเล่มทีเดียว ส่วนใหญ่เป็นบทความขนาดสั้น
ขนาดกลาง ส่วนขนาดยาว ยังนอนหนุน อยู่ เพราะยาวมาก
เคยอ่าน บทความหนึ่งที่ นิยาม อาจารย์ ได้อย่างโดนใจคือ ท่านเป็นคนที่มีพลังในการอธิบายสูงมาก

ครับ เพราะไม่ใช่แค่ การอธิบายเรื่องราวนั้นๆ อย่างตื้นเขิน แต่เป็นการพูดที่มาที่ไป ปัจจัยต่างๆ
อย่างเชื่อมโยง จนมองข้ามสถานหนึ่งๆ ที่ไม่ได้ตั้งอยู่อย่างลอยๆ ไม่ได้เกิด เฉพาะที่ พิเศษ
แต่ยึดโยงปัจจัยต่างหากด้วยเล่า จึงเกิดขึ้นมา

หนังสือสองเล่มเล็ก ที่รวมบทความเอาไว้นั้น ปฏิวัติ ระบบความคิดความเชื่อของผม
รวมถึงเป็นพื้นฐานต่อยอดแนวทางความคิดเสมอมา

แนวหนึ่งก็คือ การนิยาม
การนิยามนั้นมีพลัง ขับเคลื่อนความคิด และการกระทำได้
เพราะ การนิยาม เป็นการสร้างเส้นแบ่ง เป็นการเอาแสงส่องไปในความมืด
ทำให้เราเข้าใจสิ่งที่เข้าใจไม่ได้  หรือเข้าใจสิ่งนั้นได้เร็วขึ้น
ทำให้เราสื่อสาร กันได้เร็วขึ้น
แต่ในทางกลับกัน การนิยามอย่างคลุมเคลือ ก็เป็นไปเพื่อปกปิด เพื่อแอบอ้าง
ใช้ประหัตประหาร ทำลายกันได้เหมือนกัน

คำนิยามอันทรงพลังทุกยุค ทุกสมัย และแย่งชิงกันเพื่อจะได้เป็นผู้นิยามมัน(แล้วคนอื่นเชื่อตาม)
ความดี คนดี ความชั่ว คนชั่ว เลว
ชาติ เพื่อชาติ รักชาติ
ถูก  ผิด

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น

โอกาสของเสียงส่วนน้อย

สิงหาคม 15, 2008 at 8:24 pm (คิดไปคิดมา) (, , )

ผมบ้า ชอบคิดถึงอนาคตแบบทำนายว่า มันต้องเป็นอย่างั้นอย่างี้
แต่ตอนนี้ ผมมักถามตัวเองเมื่อคิดเช่นนี้ว่า มันมีทางอื่นอีกไหม
ความจริงแล้ว มันเกิดขึ้นเพราะส่วนใหญ่ผมทายผิด

มันน่าอาย อย่างน้อยก็กับตัวเองที่ผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คนเรามันก็ต้องเรียนรู้อะไรบ้าง

ผมเรียนรู้ว่า มันมีมากกว่าหนึ่งทางเสมอ อะไรที่ยังไม่เกิด
มันยังมีปัจจัย หรือ  แรง   ที่จะกระทำมันเสมอ

ในทางหนึ่ง มันคือความไม่แน่นอน   แต่อีกทางหนึ่ง มันคือทางเลือก
ทางเลือกที่เราเป็นหนึ่งในผู้เลือก

ร่ายมาซะยาว ผมกำลังอยากพูดถึง ประชาธิปไตย
ผมเข้าใจว่า ที่สุดแล้วประชาธิปไตยที่จะเป็นประโยชน์ได้ คือ ประชาธิปไตยที่ประกอบด้วยธรรมะ
หรือเรียกว่า ธรรมาธิปไตย กอรป ด้วย ความรู้ ข้อเท็จจริง การยอมรับฟัง

ผมกล่าวอย่างหลักลอยว่า ระบบเสียงส่วนใหญ่ในปัจจุบัน มันทำลายตัวเอง
เพราะต่างตัดสินใจอย่างโง่เขลา

ผมจึงพูดถึงเสียงส่วนน้อย
เสียงส่วนน้อยที่ไม่เคยมีพื้นที่ในกระแสหลัก
เสียงส่วนน้อย ที่ไม่เคยเสียงดังพอ ที่คนส่วนใหญ่จะได้ยิน
ที่สำคัญ เป็นส่วนน้อยที่กระจายตัว ไม่ก่อให้เกิดพลังใดๆได้

โอกาสในยุคที่ โลกเปิดกว้างด้วยเครื่องมือที่ท่าน ได้อ่านงานนี้อยู่
โอกาสที่ ความคิดเห็นเล็กน้อย หาผู้คนมาเห็นด้วยได้
โอกาสที่ผู้คนเหล่านั้นจะมารวมตัวกันได้

นั่นแหละโอกาส เพราะ เช่นกัน
ด้วยเครื่องมือเดียวกัน เรามีขยะ และยิ่งกลับโดนใช้มาทิ่มแทงยิ่งกว่าครั้งใดๆ

ด้วยความใหญ่โต ผมหวังว่า จะไม่มีใครในโลกสามารถควบคุม กระแสรองได้อีกต่อไป
จะยังคงมีโอกาสพิสูจน์พลังของตัวเองต่อไปได้

และผมหวังว่า ด้วยการที่ได้เสพ ข้อมูล และความเห็น มากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
จะทำให้มีประสบการณ์ เพียงพอ ที่จะชั่งใจก่อนเชื่อไปได้

บทเรียนจากขยะ อินเตอร์เนต อาจทำให้รู้ว่า สื่ออื่นก็มีขยะพอกันแหละ

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น

ความรู้ช้า

สิงหาคม 15, 2008 at 8:22 pm (คิดไปคิดมา) (, , )

การฝึกฝนกีฬา จะเน้นที่ กำทำสิ่งเดียวกันซ้ำๆ วนไปวนมา
และ ยังมีต้องทบทวน Basic นั้นอยู่ตลอดด้วย
เคยคิดไหมว่า ทำไม

ผมเดาเอาว่า ต้องการสร้างความจดจำให้กล้ามเนื้อ
หรือจริงๆ ก็คือสร้างความเคยชิน เพื่อให้ตอบสนองโดย แทบไม่ต้องคิด
จิตกับร่างกายผสานงานกันอย่างดี

ไม่แต่เพียงกีฬา การตอบสนองฉับไวเหนือ ความคิดนึกมีในเกือบทุกๆ มิติ
ของการตอบสนองของเรา แม้ไม่ได้ตั้งใจฝึกฝน แต่เราก็สร้างการตอบสนองตามความเคยชินใหม่ๆ อยู่ร่ำไป
ที่สำคัญ โดยไม่รู้ตัว

การปรับเปลี่ยนการตอบสนองนี้ ไม่สามารถแก้ไขได้ฉับไวทันที
ต้องอาศัยความรู้ช้า คือ ไม่ใช่”จำได้” ไม่ใช่”เข้าใจ” แต่”เป็น”
คือปฏิบัติอย่างนั้น อย่างรู้ตัว จนเรา “เป็น”

ความรู้ช้านี่แหละ ไม่ใช่เรื่องที่จะลงหนังสือป่าวประกาศ แล้วจะได้มา
เป็นเรื่องของผู้ที่ต้องการ อดทน พยาม เพียงพอเท่านั้นจึงจะ “เป็น” ได้

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น

ถ้อยคำแห่งปัญญา

สิงหาคม 12, 2008 at 8:26 pm (เสพสิ่งสร้างสรรค์) (, , , )

(Lennon/McCartney)

When I find myself in times of trouble
Mother Mary comes to me
Speaking words of wisdom,
let it be
เวลาค้นหาตัวเองในยามย่ำแย่
พระแม่ได้เข้ามาเพื่อเอ่ยถ้อยคำแห่งปัญญา
เช่นนั้นเอง

And in my hour of darkness
She is standing
right in front of me
Speaking words of wisdom,
let it be
และในชั่วโมงแห่งความมืดมน เธอยืนขึ้นหน้าฉัน
และกล่าวถ้อยคำแห่งปัญญา
เช่นนั้นเอง
Let it be,let it be,
Let it be,let it be,
Whisper words of wisdom,
let it be
เช่นนั้นเอง  เป็นเช่นนั้นเอง
เป็นอย่างนั้นเอง เช่นนั้นเอง
กระซิบถ้อยคำแห่งปัญญา
เช่นนั้นเอง

And when the broken hearted people
Living in the world agree
There will be an answer,
Let it be
บรรดาผู้คนที่หัวใจแตกสลายในโลกต่างเห็นพ้องว่า
คำตอบสำหรับพวกเขาคือ
เช่นนั้นเอง

For though they may be parted
There is still a chance
that they will see
There will be an answer,
let it be
สำหรับผู้คนที่ถูกโดดเดี่ยว
โอกาสนั้นยังมี แล้วจะได้เห็น
ว่าคำตอบนั้นคือ
เช่นนั้นเอง

Let it be,let it be
Let it be,let it be
Yeah there will be an answer,
let it be
เช่นนั้นเอง  เป็นเช่นนั้นเอง
เป็นอย่างนั้นเอง เช่นนั้นเอง
ใช่มันมีคำตอบอยู่
เช่นนั้นเอง

Let it be,let it be
Let it be,let it be
Whisper words of wisdom,
let it be
เช่นนั้นเอง  เป็นเช่นนั้นเอง
เป็นอย่างนั้นเอง เช่นนั้นเอง
กระซิบถ้อยคำแห่งปัญญา
เช่นนั้นเอง


Let it be, let it be,
let it be, yeah let it be,
Whisper words of wisdom,
let it be
เช่นนั้นเอง  เป็นเช่นนั้นเอง
เป็นอย่างนั้นเอง เช่นนั้นเอง
กระซิบถ้อยคำแห่งปัญญา
เช่นนั้นเอง


And when the night is cloudy
There is still a light
that shine on me
Shine on till tomorrow,
let it be,
เมื่อคืนที่เมฆเต็มท้องฟ้า
ยังคงมีแสงมาที่ฉัน
ส่องแสงจนสว่าง
เช่นนั้นเอง

I wake up to the sound of
Mother Mary comes to me
Speaking words of wisdom,
let it be
ฉันตื่นขึ้นมาด้วยเสียงของพระแม่
ที่มาพูดด้วย ถ้อยคำแห่งปัญญา
เช่นนั้นเอง

Let it be, let it be,
Let it be, Yeah,let it be
There will be an answer,
let it be
เช่นนั้นเอง  เป็นเช่นนั้นเอง
เป็นอย่างนั้นเอง ใช่ เช่นนั้นเอง
มีคำตอบอยู่
เช่นนั้นเอง


Let it be, let it be,
Let it be, Yeah let it be
Whisper words of wisdom,
let it be…..
เช่นนั้นเอง  เป็นเช่นนั้นเอง
เป็นอย่างนั้นเอง ใช่ เช่นนั้นเอง
กระซิบถ้อยคำแห่งปัญญา
เช่นนั้นเอง

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น