ยอมรับกันบ้างสิ

พฤษภาคม 31, 2008 at 8:31 pm (เสพสิ่งสร้างสรรค์) (, )

คงจะกังวลว่าจะทำตัวมีประโยชน์ได้รึเปล่า ใช่ไหม….
แต่ในระหว่างที่แกพยามทำตัวเพื่อให้เป็นที่ยอมรับอย่างเอาเป็นเอาตาย    ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ที่กลายเป็นว่าเอาแต่คิดแต่เรื่องของตัวเอง
จนปล่อยให้มุเฮียวต้องต่อสู้เพียงลำพังไม่ใช่เหรอ? “
เอบิสึ จาก มุเฮียวแอนโรซี่

จากมังงะ  เอบิสึ ไม่ใช่ตัวละครยิ่งใหญ่ในเรื่อง ปรากฎตัวครั้งแรกในฐานะทาสผู้ซื่อสัตย์ของตัวร้ายในเรื่อง
ในตอนนั้นจะเรียกว่า เป็นตัวประกอบบท ที่ตัวร้ายจำเป็นต้องมี Supporter ซักคน

ผมติดใจถ้อยคำนี้มาก อย่างหนึ่งเพราะผู้พูดมาจากจุดตกต่ำขาดวิ่นทางจิตใจสุดขีด
อย่างหนึ่งเพราะเนื้อหานั้น มันเป็นสากลอยู่มาก
อีกหนึ่งคือ ผมเป็นคนหนึ่งที่เฝ้าอยากหาคนยอมรับ หรือต้องบอกว่าอยากให้ทุกคนยอมรับ
หลงอยู่ใน ชื่อเสียง เงินทอง และการยอมรับอย่างแรงกล้า แต่แทบไม่เคยยอมรับตัวเองเลย

ในระหว่างที่พยามทำตัวให้เป็นที่ยอมรับอย่างเอาเป็นเอาตาย  ก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่กลายเป็นว่าเอาแต่คิดเรื่องของตัวเอง

ใช่หรือไม่ว่า  การได้รับการยอมรับ  คือเหรียญตราประดับบ่า  คือสร้อยระย้าห้อยคอ
ใช่หรือไม่ว่า   ช่องทางการได้รับการยอมรับของจิตหยาบๆ เป็นเงินทอง ชื่อเสียง ซึ่งมักได้ตามกันมา
ใช่หรือไม่ว่า   ความพยามทำให้คนอื่นยอมรับ กลับทำให้เราเป็นสิ่งที่คนอื่นอยากให้เป็น
อันที่จริง เป็นสิ่งที่เราคิดว่าคนอื่นอยากให้เราเป็นมากกว่า  และนี่แหละคือพันธนาการ คือโซ่ตรวนยิ่งใหญ่ ไม่ให้เราได้รับอิสระ

แต่ไหนเลยที่เราจะกล้าถอดออกล่ะ เมื่อเราเป็นคนอาสาใส่ไว้ อาสาอยู่ในกรงขังที่เรียกว่า เป็นที่ยอมรับ

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น

บทบาทของไข่ในมื้อสุกี้

พฤษภาคม 29, 2008 at 8:33 pm (เสพสิ่งสร้างสรรค์) ()

ผมว่าคุณคงเคยกินสุกี้ใน MK หรือจะเป็น แคนตันมาแล้วเป็นแน่
เคยนึกสงสัยไหม  ว่า ทำไมเราถึงมีไข่ไก่อยู่ รายการสั่งด้วย
มันมีบทบาทอะไรในมื้อนั้น ลองคิดดูนะ(ผมไม่รวมสายสุกี้ชามเดียวนะ)

คุณต้มกินมันตรงๆ หรือเปล่า
คุณหยิบมันมาจิ้มน้ำจิ้มกินไหม
มันทำน้ำซุปรสชาติอร่อยขึ้นเหรอ

ป่าวเลย มันแทบไม่มีบทบาทอะไรเลย มันทำให้มีเศษไข่ขาวบ้าง
เหลืองบ้างในซุปเท่านั้น

สำหรับผมพักหลัง ผมกับแฟนมักหาวิธีการต่างๆ นาๆ เพื่อให้มันออกมาหน้าตา
หยอยๆ ยาวๆ คล้ายที่อยู่ใน สุกี้น้ำ แห้ง ที่เรากินกันเป็นชาม

ทั้งสูตร คนนานๆ
สูตรรอน้ำเดือดพล่าน
สูตรเติมน้ำมะนาว
สูตรเติมน้ำซุป
ล่าสุดก่อนค้นพบครั้งนี้ เติมน้ำจิ้ม ผมลองมาหมด

วันนี้ผมเริ่มต้น ด้วยการสั่งแบบเดิมๆ แต่มีเมนู เนื้อสไลด์ ที่คราวก่อนสั่งมาแล้วรู้สึกอร่อย
เมื่อลวกชิ้นแรกอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เนื้อยังอยู่ในสภาพ กึ่งสุกดิบ ก็ยกออกจากหม้อ
แล้วแฟนผมก็บอกมาว่า ในหนังเรื่อง Always 2 เขาเอาเนื้อที่ลวกเสร็จมาจุ่มลงในไข่ดิบ

ฉับพลันผมก็บอกว่า ถ้าโอ๋กินเรากิน

อ้า…  น่าสนใจ   แฟนผมพูดเมื่อกินเข้าปาก
ผมมันประเภทชอบของแปลกอยู่แล้ว ลองกินเข้าไป

โอ๊วววววว รสชาติเนื้อเข้มข้นขึ้น กว่าเดิมาก

ผมตั้งคำถาม พร้อมข้อสังเกตขึ้นทันที คงจะเป็นบทบาทที่แท้จริงของไข่ในมื้อสุกี้สินะ

เมื่อเนื้อหมด ผมสั่งเพิ่ม เพราะยังอยากลองต่อ

พนักงานมาส่ง พร้อมถ้วยน้ำจิ้มเล็กๆ มีต้นหอมซอยใส่มาหน่อยนึง บอกว่า น้ำจิ้มเนื้อสไลด์ค่ะ

หา เนื้อสไลด์มีน้ำจิ้มแยกด้วยเหรอ เราสองคนตกใจกันใหญ่ๆๆๆ

ขอบอกว่า รสชาติเนี่ย เห็นฟูจีอยู่รำไรเลยทีเดียววววว

จบแล้วว

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น

เลวร้ายที่สุด

พฤษภาคม 19, 2008 at 8:36 pm (ไปพบไปเห็น) (, , )

คุณเคยเจอเหตุการณ์นี้ไหม
นี่เป็นครั้งแรกของผมเลย
หลังจากลองกางเกงในห้องลอง แม้จะใส่ได้ แต่มัน…
ออกจะคับไปซักสักนิด สำหรับ ชีวิตประจำวันแบบผม
จึงเดินออกมาพูดกับพนักงานขายว่า
“ช่วยหาตัวใหญ่กว่านั้ให้หน่อยครับ”
โอ๊ว เธอตอบด้วยเสียงอันดัง พอที่จะได้ยินทั่วร้านว่า
“นี่ใหญ่ที่สุดในร้านแล้วค่ะ”
เฮ้ย  นี่ กรูขอมากเกินไปเหรอ ขออีกนิดก็ไม่ได้เหรอ
เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา พึ่งเข้าใจความรู้สึกแบบนี้
ทั้งที่ไม่เคยเข้าใจ ไม่เคยจินตนาการออก
มันจะเกิดอะไรขึ้น
ผมเริ่มรู้สึกว่าชีวิตต่อแต่นี้ช่างยุ่งยาก เราจะเจอเหตุการณ์นี้อีกเท่าไรกัน
ก่อนหน้า ผมผิดหวังกับระบบการซักกางเกงในตู้เสื้อผ้าของตนว่า มันหดลง
ไมกางเกงที่เมื่อก่อนเคยใส่ได้ มันใส่ไม่ได้แล้ว
มันหด   ผมช่างกล้าหลอกตัวเอง
ผมยังหลงซื้อกางเกงเบอร์เก่า มาอีก 2-3 ตัวแล้วพบว่า มันใส่ไม่สบายเลยยยย
จนันนึงมาตัดสินใจลอง กางเกงเบอร์ใหญ่ขึ้น  “อ้าวว ใส่สบายขึ้นเป็นกอง”
แต่ถึงกระนั้น การที่ผมเรียกร้อง ไซส์ 34 เนี่ยมันมากเกินไปเหรอ
ผมยังหลอกตัวเองและเอ่ยปากถามพนักงานว่า “เป็นเพราะ ทรงกางเกงหรือป่าวจึงทำให้บานรู้สึกบานๆ เวลาใส่”
“ไม่หรอกค่ะ ตัวนี้ขาเดฟ” ด้วยเสียงอันดังเช่นเดิม
ผมวางกางเกงตัวนั้น และเดินออกมาโดยพลัน แม้ผมจะไม่เข้าใจหลอกว่า ไอ้ขาเดฟเนี่ยมันเป็นไง แม้สีกางเกงตัวนั้นถูกใจมาก และร้านนี้ผมเคยซื้อเสื้อผ้าได้ถูกใจ
ก็ยังต้องชั่งใจว่าครั้งต่อไป จะเดินเข้าร้านนี้อีกหรือไม่
โลกไม่ยุติธรรมเลย นี่มันแบ่งชนชั้นกันชัดๆ ชนชั้นทางความอ้วน

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น

ถอดหมวก

พฤษภาคม 19, 2008 at 8:34 pm (อ่านมาเล่าไป) (, , , )

“ขอคำชี้แจงที่อาจารย์ถอดหมวก หมายความว่า อาจารย์ถอดสิ่งที่เคยแบกโลกไว้เข้าสู่พุทธธรรมหรือเปล่า”
ผู้เข้าฟังปาฐกถาเสม พริ้งพวงแก้วครั้งที่ 14 ถามอาจารย์เสกสรรค์ ที่มา ปาฐกถาในหัวข้อ พุทธธรรมในยุคโลกาภิวัฒน์
ซึ่งผมนำมาจากหนังสือ ผ่านพ้นจึงค้นพบ ของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
จะว่าไปในหัวข้อนี้ คงมีคนน้อยคนที่จะเข้าใจ เพราะเป็นคำถามที่อ้างถึงหนังสือ เล่มก่อนหน้าที่ออกเมื่อปีก่อน ชื่อว่า วันที่ถอดหมวก
และถ้าจะให้เข้าใจบทความเรื่องนั้น อย่างลึกซึ้ง ยังต้องเข้าใจความเป็น เสกสรรค์ ในช่วงก่อนหน้าที่
แต่ไม่ใช่ในบทบาทนักเคลื่อนไหว หรือ คนเดือนตุลาฯ ที่ อาจารย์ไม่เคยใส่ใจ จนถึงไม่อยากให้โซ่ตรวนนี้มาร้อยรัด
อาจหมายถึงในบทบาทของ นักเดินทางผู้ว้าเหว่ นักปฏิวัติผู้พ่ายแพ้ ผู้ชายที่กำลังจะสูญพันธุ์ หรือ สัตว์เถื่อน
ทั้งหมดล้วนเป็น ความโรแมนติกอันแสนเจ็บปวด ที่จะเจอได้ในงานเขียนที่เล่าเรื่องการเดินทาง ออกป่า
อ่านหนังสือ และเรื่องสั้น
ถ้าสัมผัสแล้วก็จะเข้าใจคำตอบของคำถามข้างต้น
ถอดหมวกคือเอาหมวกออกจากศรีษะเท่านั้นเอง อย่าไปคิดมาก
วันนั้นผมถอดหมวกให้กับสุนัขตัวหนึ่งที่จะกัดผม เพราะมันไม่ชอบคนที่ใส่หมวก
ตอนเกิดเหตุผมมีทางเลือกสองอย่าง คือฆ่ามันซึ่งเป็นทางเลือกเก่า
กับทางเลือกที่น่าจะถูกกว่า และเป็นทางเลือกใหม่ คือยอมมัน นับเป็นครั้งแรกในชีวิต
ที่ผมถอดหมวกให้กับแรงกดดันภายนอกซึ่งบังเอิญเป็นสุนัข ผมถือเป็นเมตตาของฟ้าดิน
ที่กรุณาลงโทษคนอย่างผม ให้นอบน้อมถ่อมตนกับหมาตัวหนึ่ง มันเป็นประสบการณ์ทางธรรม
เมื่อวานผมเดินอยู่หน้า คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ซักพัก
ก็มีหมาเถื่อนสองตัวเดินขึ้นมาทางบันไดจากลานจอดรถใต้ดิน
ตัวไหนกันแน่วะ  ผมคิดในใจ
เดี๋ยวลองไปหาหมวกมาใส่ดูดีกว่า….ฮา

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น

คุณจะยอมรับพระเจ้าของเรา เป็นพระเจ้าของคุณหรือไม่

พฤษภาคม 1, 2008 at 8:38 pm (คิดไปคิดมา) (, , )

หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันของผู้คน Social Unity
ฟังความจากเพื่อนมาว่า แบ่งออกเป็น สองวิธี
การหลอมรวมเชิงก้าวหน้า

การหลอมรวมเชิงถดถอย
มนุษย์ แต่ละคนล้วนมีความแตกต่างกันไป ไม่เหมือนกัน
แต่ก็ต้องพึ่งพาอาศัยกัน รวมอยู่กันเป็น
ครอบครัว หมู่บ้าน ชุมชน สังคม  จะรวมกันอยู่ได้ ด้วยการจัดการกับความแตกต่าง
แต่จะจัดการอย่างไรล่ะ ?
แต่ละฝ่ายยอมลดตัวตน ลดสิ่งที่ตัวเองต้องการ ยอมรับกฎเพื่อการอยู่ร่วมกัน ยอมรับความต่างในฐานที่เข้าใจ
หรือผลักดันให้มายอมรับสิ่งที่ สังคมต้องการ นั่นอาจมาจาก คนเดี่ยวต้องการ บังคับโดย อำนาจ บทลงโทษ
สิ่งนี้ แหละที่แบ่งความก้าวหน้า หรือ ถดถอย ของเผ่าพันธุ์มนุษย์

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น