ไก่
Game Theory(มาอีกแล้วครับ)
ดูย้อนหลังไป Blog ผมเขียนถึงแต่หนังสือเลย(นี่หว่า) แต่ก็ช่างมัน นึกอยากเขียนก็เขียน
เรื่องนี้หลายคนคงได้ยิน จนถึงอาจรู้เรื่องนี้มากแล้วก็ได้
ส่วนผมเคยได้ยินมากบ้างจาก beutiful mind
จากรายการวิเคาระห์ หุ้นบ้าง
ไอ้พวกคำว่า Zero sum game Non zero sum game เทือกนี้
เมื่อวานก่อนไปตัดผม เห็นว่าน่าจะซื้อหนังสือไปอ่าน ปรากฎว่า อ่านง่ายมาก
แค่ตัดผมอ่านไป 1 ใน 3 แล้ว
.
.
ในเกม เราต้องหาประโยชน์สูงสุดสำหรับเรา จึงไม่มีคำว่า ยุติธรรม
ตัวอย่างในหนังสือ เกือบทั้งหมด ไม่ก่อประโยชน์สูงสุดแก่โลก
การกระทำอย่างคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และคนมีเมตตา เป็นเรื่องไม่มีเหตุผลในเกม
การโกงเป็นเรื่องสมเหตุสมผล ในเกมใครปอดแหกสุด(ยอมทำเพื่อส่วนรวม) แพ้
..
อ่านไปแล้ว ผมเห็นว่า ทฤษฏีนี้ คลุมโลกอยู่มาก เชื่อว่า มีการใช้อย่างตั้งใจอยู่มาก
และใช้โดยธรรมชาติ ก็มีอยู่มากด้วย
.
..
แต่ก็เหมือนกับทฤษฎีต่างๆ ในโลก ที่ต้องตั้งอยู่บนสมมติฐาน นั่นคือ การปิดตาเลือกที่จะรับรู้เฉพาะบางอย่าง
และสมมติให้บางอย่างเป็น อย่างที่รู้กัน จำขาดคำถามสำคัญ
คุณคือใคร?
มีทางเลือกอยู่เพียงเท่านี้จริงหรือ?
คุณแน่ใจเหรอ ว่าคุณกำลังเล่นเกมสุดท้าย?
และที่สำคัญที่สุด อะไรคือคุณค่า อะไรคือผลประโยชน์ ที่จะได้?
จึงเป็นปัญหาสำคัญ ที่ขอกล่าวตำหนิอย่างรุนแรง หนังสือเล่มที่ผมอ่านที่ไม่ได้ บอกถึงจุดบอดสำคัญ
เพื่อเป็นน้ำหนักในการ กำหนดเกม และตัดสินใจเลือก ทางเลือกใด…….
…..
….
คุณเลือกทางไหน.
เสียงเรียกจากหนังสือ
วันนี้เป็นวันพิเศษครับ เดิมทีวางแผนกับวันนี้ไว้ค่อนข้างแน่น เมื่อยิ่งใกล้
เรื่องที่นัดไว้กลับค่อยยกเลิกไป
ด้วยวันนี้ น้องที่ร้านโทรมาลางานตอนเช้าเพราะว่า อาหารเป็นพิษกระทันหัน
ผมก็เลยต้องเฝ้าร้าน แบบไม่เตรียมตัวเตรียมใจ และยกเลิก จตุจักรเพื่อซื้อของ
หลังจากดูการ์ตูน วันอาทิตย์จบ ผมเลือกกิจกรรมถัดไป(ระหว่างเฝ้าร้าน) คือการอ่านหนังสือ
ที่อ่านมาเป็นเดือน ไม่ใช่เพราะหนาหรอกครับ แต่ก็เล่นอ่านสองหน้าง่วง สามหน้าหลับ
อาจเนื่องด้วยหนังสือ ไม่ค่อยเด่นด้าน วรรณศิลป์ เรื่องก็ค่อนข้างไกลตัว ไกลขนาดไหนเหรอครับ
“จักรวาลในหนึ่งอะตอม” ไกลดีไหม
หลายที แต่ละหน้าแต่ละบรรทัดผ่านไปแบบล่องลอย จำอะไรไม่ได้
จนถามกับตัวเองว่า “อ่านไปทำไมวะ” แต่ก่อนที่จะตัดใจเลิกอ่าน
ผมก็นึกอะไรออกบางอย่าง บางอย่างที่เคยเกิดขึ้น บางอย่างที่ไม่ได้เกิดมานาน
บางอย่างที่ทำให้วันนี้ พิเศษ …… สำหรับผมนะ
ผมนึกได้ว่าตัวผมเนี่ยหลายทีเป็นคนทู่ซี้ ฝืนทำไป หนังสือบางเล่มสนุกอ่านแบบไม่วาง แป๊บเดียวจบ
บางเล่มนานเท่านาน อ่านกันครึ่งปี เลิกอ่านไปก็เยอะแยะ
แต่บางเล่มที่ทู่ซี้ อ่านจากจุดที่ไม่รู้เรื่อง ร้อยหน้าไปแล้ว กลับทำให้เราเข้าใจ และรับรู้ “ข้อความ” จากหนังสือ
จนบางเล่ม ผมยังจำและสำนึกในคุณค่าที่ได้อ่านอยู่เสมอๆ
เช่น หนีไปจากเสรีภาพ Escape from freedom
กลับมาที่วันนี้ หนังสือไม่ทำให้ผมเข้าใจเรื่อง ทฤษฎีสัมพัทธภาพ หรือ ควอนตัมฟิสิกส์ มากขึ้นเลย
แต่อารมณ์ของวันวาน ที่ลดทอนการรับรู้ด้วยทีวี อินเตอร์เน็ต หรือสื่อแดกด่วนอื่นๆ
หันเข้าหาหนังสือพูดได้กลับทำให้จิตใจสับสน เงียบสงบลง ลดความกระวนกระวายร้อนรนที่สั่งสมมาหลายเพลา
ที่ผมอยากบอกก็คือ ความสุขที่ตามหากลับตามเจอโดยไม่ได้ตั้งใจ