ซ่อนหา
ตอนเด็กๆ คุณเคยเอามือปิดตาตัวเอง เพื่อซ่อนไม่ให้มีใครเห็นไหม
ผมเป็นหนึ่งที่ทำอย่างงั้นครับ แล้วคุณล่ะ
หลายครั้งหลายหน ที่เราอยากปกปิดความผิด ด้วยคำโกหก
การพูดบิดจากความจริง ด้วยการไม่ยอมรับ การหลอกความรู้สึกตัวเอง
โดยคิดว่า นั่นจะทำให้คนอื่นละเลย และไม่รับรู้ได้
ทั้งๆ ที่ในทางกลับกัน เราในฐานะคนอื่น ก็รับรู้ถึงการโป้ปด ที่แสดงออกมาได้
แต่เลือกที่จะแสดงว่า ไม่รับรู้ ไม่เข้าใจ
ตลกดีครับ เหมือนกับเอามือปิดตา เมื่อไปเห็นคนอื่น คนอื่นก็จะไม่เห็นเรา
กามโภคีสุข 4
ผมไปอ่านหนังสือพิมพ์มาครับ พูดถึงเรื่องการเมืองว่าด้วย GDP กับ GHP
อะไรจะเป็น ดัชนีชี้วัดความสุขได้
ในบทความนั้นเขายกว่าให้ลองดูในพระไตรปิฎก กามโภคีสุข 4 เป็นความสุข “โดยชอบธรรม”
ที่คฤหัสถ์(ชาวบ้านไม่ได้คาดหวังบรรลุอะไรน่ะครับ) ควรมี
1. อัตถิสุข (สุขเกิดจากการมีทรัพย์ คือ ความภูมิใจ เอิบเอิ่มใจ ว่าตนมีโภคทรัพย์ที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงความขยันหมั่นเพียรของตน และโดยชอบธรรม
2. โภคสุข (สุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนได้ใช้ทรัพย์ที่ได้มาโดยชอบนั้น เลี้ยงชีพ เลี้ยงผู้ควรเลี้ยง และบำเพ็ญประโยชน์
3. อนณสุข (สุขเกิดจากการไม่เป็นหนี้ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนเป็นไท ไม่มีหนี้สินติดค้างใคร
4. อนวัชชสุข (สุขเกิดจากความประพฤติไม่มีโทษ คือ ความภูมิใจ เอิบอิ่มใจ ว่าตนมีความประพฤติสุจริต ไม่บกพร่องเสียหาย ใคร ๆ ติเตียนไม่ได้ทั้งทางกาย วาจา และทางใจ
ถ้ามองไป GDP พูดถึงเรื่องการบริโภคเท่านั้น วัดจากมิติเดียว และเฉพาะบริโภคโดยใช้เงินด้วย (เข้าใจว่า bather trade ก็ไม่นับ)
นั่นคือโภคสุข นั่นคือ ก่อหนี้ มาซื้อมือถือ ราคาแพง ก็ไม่ผิด เพราะ GDP เพิ่มขึ้น กระทั่ง ถ้าคุณปล้นเขามา มาแปลงเป็นเงินแล้วใช้จ่าย
GDP ก็เพิ่มขึ้น
แต่ถ้าครับ 4 ตัวนี้ แม้โภคสุขน้อย อัตถิสุข น้อยไป แต่ ไม่เป็นหนี้ และภูมิใจที่ประพฤติสุจริต ก็ถือว่าสมดุล
ผมลองนึกต่อไปว่า
ใช่ มีตัวอย่างแบบสุดโต่ง มากมายที่ผู้คนมีความสุขด้านใดด้านหนึ่ง
คนขี้เหนียว ขี้ตืด งก ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง
คนรวยแล้วโกง นั่นก็ใช่
นักสะสมต่างๆ นั่นก็ใช่
ข้าราชการตงฉิน ที่ยึดในกฎ และตัวบท จนไม่เห็นบริบท นั่นก็อีก
แต่ก็อีกแหละ ด้วยเหตุที่เป็น ความสุขแบบโลกๆ มันก็หลังได้ ยึดได้
ขอเพิ่มเติมเพื่อบันทึก ท่าทีต่อโลกที่ทำให้เราเอียงเอน ไม่เป็นธรรม เอาไว้เพราะค้นเจอมา
อคติ 4 (ฐานะอันไม่พึงถึง, ทางความประพฤติที่ผิด, ความไม่เที่ยงธรรม, ความลำเอียง
1. ฉันทาคติ (ความลำเอียง เพราะชอบ
2. โทสาคติ (ลำเอียง เพราะชัง
3. โมหาคติ (ลำเอียง เพราะหลง, พลาดผิด เพราะเขลา
4. ภยาคติ (ลำเอียง เพราะกลัว
โมหาคติ ภยาคติ คงเป็นสองตัวที่ยากที่สุด ที่จะรู้ว่าขณะนั้น ลำเอียงหรือไม่
ขอแค่รู้ก็ยังดี
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำ “ใจ”
” หมอบรัดเลย์ แกเดินทางมาเผยแผ่ศาสนาสมัย ร.4
มาถึง แกมาเทศนาด่าการนับถือพระพุทธรูปต่อหน้าร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ในกรุงเทพ
ด่าๆ ไปก็เหนื่อย ร้อน เหงื่อตก เจ้าของร้านซึ่งเป็นชาวพุทธสงสาร
ก็ชวนมานั่งพักในร้านหาน้ำท่าให้กิน แล้วก็ซักถามว่าทำไมหมดบรัดเลย์พูดอย่างนั้น
คือเขามีเมตตากรุณา แม้ว่าไม่เห็นด้วยกับที่หมอพูด แต่ว่าไม่ได้โจมตี
ไม่ทำร้าย ไม่โกรธ แต่ก็ไม่เห็นด้วย นี่คือการแสดงความมีขันติธรรม “
ผมอ่านมาจากบทสัมภาษณ์ พระไพศาลวิศาโล ในเนชั่น ที่พูดข้ามเรื่องศาสนาประจำชาติไปเลย
ผมว่าเป็นเรื่องเล่าที่มีพลังมาก อย่างน้อยก็ในความคิดผม
ฝนตกตลอดเวลา
ฝนตกตลอดเวลา จนผมลืมไปแล้วว่า มันกี่วันมาแล้วที่กลางวันแค่มีแสง กลางคืนแค่มืดไป กี่วันแล้วที่ไม่เห็นทั้งตะวันและดวงจันทร์ วันนี้วันที่ 3 พฤษภาคม ฟ้ายังคงขมุกขมัวมืดครึ้ม และมีฝนตกแต่เช้า และคาดการณ์เอาว่า ฟ้ายังคงรักษาหม่นหมองต่อไปพายุลูกนี้มาพร้อมกับการพัดโหมไฟในใจ ให้โหมแรง ราวกับทุกสิ่งจะต้องพังพินาศไปพร้อมกับลมและไฟแต่แล้วก็สงบลง ไฟในใจดับลง แม้วันนี้ยังไม่สามารถเห็นแสงแดดจากดวงอาทิตย์ยังไม่เห็นฟ้าแจ่มใส แต่ความแจ่มใสจากจิตใจ และแสงแดดแห่งความเติบโตปรากฎขึ้นแล้ว โลกในใจย่อมส่งผลตรงต่อผู้เป็นเจ้าของ......... วันนี้อากาศดีครับ.... (ฝนตกตลอดเวลา เป็นนิยายเล่มบางเล่มหนึ่งของ ปราบดาหยุ่น ที่ผมชอบ แม้ไม่มาก แต่สลัดไม่หลุด มักยืมชื่อหนังสือมาใช้เสมอๆ)