Equation สมการ
สมการ หมายถึงประโยคสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ที่ใช้แสดงว่าสองสิ่งเหมือนกัน หรือเทียบเท่ากัน ที่เชื่อมด้วยเครื่องหมายเท่ากับ ดังตัวอย่าง
2 + 3 = 5
สมการมักใช้เป็นการกำหนดสภาวะความเท่ากันของสองนิพจน์ที่มีตัวแปรอย่างน้อยหนึ่งตัว ตัวอย่างเช่น เมื่อเราให้ค่าใดๆ กับ x สมการนี้จะเป็นจริงเสมอ
x − x = 0
ทั้งสองสมการข้างต้นเป็นตัวอย่างหนึ่งของสมการที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งหมายความว่า สมการจะเป็นจริงโดยไม่ต้องมีการแทนค่าใดๆ ลงในตัวแปร สำหรับสมการต่อไปนี้ไม่ได้เป็นเอกลักษณ์
x + 1 = 2
สมการข้างบนนี้จะไม่เป็นจริงเมื่อแทนค่าอื่นใด แต่จะเป็นจริงแค่เพียงค่าเดียว เราเรียกค่าที่ทำให้สมการเป็นจริงนั้นว่า รากของสมการ สำหรับรากของสมการดังกล่าวคือ 1 ดังนั้น สมการนี้สามารถเป็นจริงได้ ขึ้นอยู่กับค่าของ x เรียก x ที่ทำให้สมการเป็นจริงว่า “คำตอบของสมการ” นั่นคือการแก้สมการจึงเป็นการหาคำตอบของสมการวิธีหนึง เช่น 5-x = 1 มีคำตอบของสมการ คือ 4
– จาก วิกิพีเดีย
สมการเป็นบทเรียนในวิชาคณิตศาสตร์ ระดับประถม
ผมเลยอนุมาณเอาว่า เราทุกคนเคยได้เรียนมันแล้ว
1+1 = 2 เป็นสมการ สมการแปลตรงตัวคือ ความเท่ากัน
สมการจึงพยามสื่อความจริง ของ “สิ่ง” ทั้งสองข้างของเครื่องหมายเท่ากับ
พูดถึงสมการ ก็ต้องพูดถึงอีกอย่างนึง คือตัวแปร(variable)
ตัวแปร คือ ลักษณะของข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงได้ แสดงได้โดยสัญลักษณ์ เช่น X,Y เป็นต้น
สัญลักษณ์แทนข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงได้ ย้ำ “เปลี่ยนแปลงได้”
x+1 =2 ดูแล้วอาจไม่ต่างจาก 1+1 =2
แล้วถ้า x+y = 2 ล่ะ ก็จะพบว่าทั้ง x และ y มีค่าเปลี่ยนไปไม่มีที่สิ้นสุด
แต่ก็เป็นไปอย่างผูกพันกันอยู่
จากสมการที่มีคำตอบคงตัว พอเริ่มมีตัวแปร คำตอบของสมการก็มีมากมายซะแล้ว
พูดอีกแบบ สมการที่มีตัวแปรมากกว่าหนึ่งตัว
บอกเราว่า ผลลัพท์ ที่เหมือนกันนั้น มาจากเหตุได้หลากหลายแบบ
วันนึงในช่วงเวลานึง ในเหตุการณ์เหตุการณ์นึง
ผมพบว่าชีวิต เราเอาสมการมาใช้ได้
แต่สมการชีวิตเรานั้น มีตัวแปรอยู่มากมาย มีผลของสมการที่เป็นตัวแปรอีกหลายตัว
แล้วเมื่อเราใช้ชีวิตต่อไป เราอาจเอาตัวแปรบางตัวโยนออกไปจากชีวิต บางทีก็เพิ่มตัวแปรเข้ามา
แต่ไม่ว่าจะยังไง มันก็เป็นเหตุปัจจัยที่เป็นตัวแปรต่างๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วได้ผลต่างๆๆๆๆๆ ที่อาจเป็นเหตุ ของผลต่อไปอีก
มันเป็นศิลปะส่วนตัวที่เราจะจัดสมการชีวิตของเรา ว่าจะมองเห็น แปรเปลี่ยน ปรับตัว เลือก ส่วนผสมในสมการนั้นอย่างไร






